คู่สโมสรที่มีนักเตะย้ายทีมกันบ่อยที่สุด

เรื่องการย้ายทีมของนักเตะสู่อีกทีมนั้น มักเป็นเรื่องปกติ และธรรมดามากสำหรับโลกของวงการฟุตบอล แต่มีใครรู้บ้างว่า การย้ายทีมของนักเตะนั้นก็เหมือนการทำธรุกิจระหว่างกันที่เมื่อทำแล้วรู้สึกสบายใจ และวินวิน กันทั้งสองฝ่าย

หากจะมองให้ลึกลงไปแล้วนั้น มีหลายสโมสรที่มักจะชอบทำการซื้อนักเตะด้วยกันบ่อยครั้งซึ่งจะมีสโมสรใดบ้างนั้น เรามาลองดูกัน

คู่แรกเป็น สโมสรระหว่างเชลซี กับ ลิเวอร์พูล เพราะสิงห์บลูนั้น ชอบซื้อนักเตะหงส์แดงอยู่บ่อยครั้ง และนักเตะที่ย้ายไปนั้น ก็มักจะมีส่วนสำคัญให้สโมสรเชลซีคว้าแชมป์ได้อยู่เสมอ ซึ่งจะมี เฟอร์นันโด ตอร์เรส กับ ยอสซี่ เบนนายูน และ ราอูล รามิเรส

ที่เค้าทั้งสามคนย้ายจากแอนฟิลด์ มาเชลซีนั้น ก็สามารถได้แชมป์กับเชลซีได้

คู่สองเป็น สโมสรระหว่าง แมนยู กับเสปอร์ โดยสโมสรผีแดง ก็มักจะดูดผู้เล่นของไก่เดือยทองมาร่วมรังผี อยู่บ่อยๆ เช่น ไมเคิล คาร์ริก ซึ่งตอนที่ย้ายมารังผีนั้น คาร์ริก ก็ยังดำรงตำแหน่งเป็นกัปตันทีมของเสปอร์ด้วยซ้ำ

โดย ไมเคิล คาร์ริก นั้นเข้ามาสานต่อหน้าที่ของรอยคีน และอีกคนก็คือตำนานซุปเปอร์ซับ อย่าง เท็ดดี้ เชอริงแฮม ที่ถือว่าเป็นคนสำคัญช่วยยิงตีเสมอบาเยิรน์ ในนัดชิงฟุตบอลแชมป์เปี้ยนลีก ก่อนที่จะแซงคว้าแชมป์มาได้ในที่สุด ส่วนคนสุดท้ายเป็นดิมีทรา เบอบาตอฟ ซึ่งก็เป็นอีกคนที่ย้ายมาสู่รังผีและคว้าดาวซัลโว พรีเมียร์ชิพได้ด้วย

คู่ที่สามเป็น ทีมระหว่าง รีลมาดริด กับแมนยู หากพูดถึงว่าถ้าจะมีทีมไหนมาซื้อนักเตะบิ๊กเนมของแมนยูได้นั้น ทีมนั้นต้องมีระดับสโมสรที่พอๆ กัน กับแมนยู นั่นก็คือ ทีมรีลมาดริด ที่เคยซื้อสองซุปเปอร์สตาร์จากแมนยู อย่างเดวิด เบ็คแฮม กับ คริสติโน่ โรนัลโด้ ไปร่วมทีม ซึ่งนอกจากนี้ ยังมี กาเบียล ไฮนเซ่ และรุด ฟานนิสเตอรอย

คู่ที่สี่ อินเตอร์ กับเอซีมิลาน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าคู่แค้นร่วมเมืองจะมีดีลการค้าที่ดีต่อกัน โดยเฉพาะจะเป็น เอซีมิลาน ที่มักจะซื้อนักเตะจากทีมคู่ใหญ่มาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น คริสเตียน วิเอรี่ , อันเดียร์ ปีร์โล่ และคราเลน ซีดรอฟ์ ร่วมถึงอีกหลายคนมากมาย

คู่ที่ห้า ลีดส์ กับแมนยู ซึ่งแน่นอนว่า เป็นแมนยูไนเต็ดนี่แหละ ที่ดูดนักเตะของลีดส์มาอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็น ริโอ เฟอร์ดินาน หรือ เอริก คันโตน่า และอลัน สมิธ ซึ่งทั้งสองคนแรกนี้ที่ย้ายเข้ามานั้น สร้างความเปลี่ยนให้กับทีมผีแดงเป็นอย่างมาก เพราะทั้งสองคนนี้กลายเป็นตำนานของแมนยูในเวลาต่อมา เลยทีเดียว

เรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาขี่ม้ามีดังต่อไปนี้

หลายๆคนมอองว่า กีฬาแข่งขันม้า เป็นกีฬาของชนชั้นสูง เป็นกีฬาที่คนมั่งมีแค่นั้นที่จะเล่นหรือทำแข่งได้ และก็อาจจะเป็นกีฬาที่ถูกระบุขอบเขตไว้อย่างเห็นได้ชัด แต่ว่าจริงๆแล้ว กีฬาแข่งขันม้า เป็นกีฬาที่ทำให้มีอาการชายและก็หญิงนั้นเสมอภาค ไม่คราวคนไหนกันแน่มีสิทธิพิเศษกว่าผู้ใดกัน ทุกคนกระทำชิงชัยเหมือนกันหมดและไม่ใช่เพียงแค่คนมั่งมีที่เล่นได เนื่องจากว่ากีฬาขี่ม้า สามารถเลล่นได้ ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยเลยที่เดียว

โดยเหตุนี้ การฝึกอบรม การควบคุมสติ การมีเชาว์ปัญญาที่ฉลาดปราดเปรื่อง เป็นสิ่งที่นักกีฬาขี่ม้าทุกคนควรมีอยู่ในตนเองอย่างมาก เพราเขาไม่เพียงแค่จำเป็นต้องมสติกับการประลองหรือเล่นกีฬาขี่ม้า แต่ว่าเขายังควรจะมีสติ เฉลียวฉลาด เพื่อใช้การควบคุมม้าแล้วก็ควบคุมให้ม้านั้นไปในแนวทางที่ระบุอีกด้วย

การควบคุมม้าให้วิ่งไปตามแนวทางที่พวกเราอยากนั้น

สำหรับทหารหรือนักกีฬาที่เก่ง อาจไม่ใช่เรื่องที่ลำบากเท่าไรนัก และก็การที่คนเหล่านั้นสามารถทำเป็นขนาดนั้น ก็เนื่องจากว่าพวกเขาจะต้องผ่านการฝึกหัด ผ่านการพบเจอกับปัญหา ผ่านการพบเจอหรือเจอกับปัญหาที่ยากจะควบคุมม้าได้ พวกเราเห็นว่า การควบคุมเครื่องไม้เครื่องมือหรือเครื่องจักรนั้น ทำเป็นง่ายดายกว่าการควบคุมม้าที่เป็นสิ่งมีชีวิต

เพราะเหตุว่าเครื่องจะนั้นพวกเราเพียงแค่กระทำการคีย์ข้อมูลและก็ตัวเราเป็นคนควบคุม สั่ง แต่ว่ากับสิงที่มีชีวิต ได้แก่ ม้า นั้น พวกเราบางทีอาจออกคำสั่งหรือควบคุมเขาได้ ในเรื่องที่ทุกสิ่งปกติ แต่ว่าหากเกิดเหตุการณ์ เป็นต้นว่า พายุฝน ฟ้าผ่า ฟ้าลั่น หรือีลมแรง และก็สิ่งกระตุ้น ตัวกระตุ้นต่างๆหนทำให้ม้าตกใจกลัว พวกเราก็บางทีอาจไม่สามารถที่จะสามารถควบคุมม้าหรือเหตุการณ์ที่ตรงนั้นก้าวหน้าเทาที่ควรจะนัก

ด้วยเหตุดังกล่าว การฝึกอบรม การควบคุมสติ การมีไหวพริบปฏิภาณที่หลักแหลมจริงๆ

เป็นสิ่งที่นักกีฬาขี่ม้าทุกคนต้องมีอยู่ในตัวเองเป็นอย่างมาก เพราเขาไม่เพียงแค่ต้องมสติกับการประลองหรือเล่นกีฬาขี่ม้า แม้กระนั้นเขายังควรมีสติ ฉลาดมากจริงๆ เพื่อใช้การควบคุมม้าแล้วหลังจากนั้นก็ควบคุมให้ม้านั้นไปในทางที่เจาะจงอีกด้วยการที่พวกเราจะสามารถทำอย่างงั้นได้

นักกีฬาหลายๆคน จำเป็นต้องผ่านอาการบาดเจ็บ มีการสูญเสียม้า หรือจะต้องสละที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไว้ แน่ๆว่าไม่มีม้าตัวไหน ยืนยง และไม่มีนักกีฬาใครกันแน่ที่ไม่มีการสุญเสียม้าที่ตัวเองรักมากมายไป แต่ว่าทุกๆการสูญเสีย เป็นหนังสือ ตำราเรียน บทเรียน มิตรภาพ และก็คู่กรณีที่จะอยู่ในความจำของกันและกันตลอดกาล

กีฬากับกองเชียร์มันคือของคู่กัน

ฉันว่ากีฬากับกองเชียร์ก็คงจะเป็นราวกับศิลปินกับแฟนๆ

ที่ต่างคนต่างรอช่วยเหลือและก็เพิ่มเติมเมความสุขให้แก่กันและกันแล้วก็ต่างตนต่างเติมเต็มอีกทั้งในความปรารถนาแล้วก็ความฝันของกันและกัน และของเป็นอย่างยิ่งหัวใจ รอมอบความสำราญให้แก่กันและกันอีกด้วย แม้กระนั้นใช่ว่าจะมีแฟนแล้วจะไม่มีมีคนชิงชัง

 ด้วยเหตุนั้นไม่ใช่ทุกคนที่ถูกรักแม้กระนั้นก็ไม่ใช่ทุกคนที่ถูกเกลียดชัง พวกเราจะมองเห็นได้ว่า ทุกๆครั้งที่มีการแข่ง กรุ๊ปแฟนๆจะบ่างเป็นข้างผู้ใดกันข้างมัน ต่างคนต่างเชียร์แล้วก็ต่างรอช่วยเหลือคนของตัวเอง ถึงแม้กีฬาประเภทนั้นจะเป็นแบบจำพวกกลุ่ม แม้กระนั้นหากผู้ที่ตนเองพอใจหรือรักทำสกอร์ก้าวหน้าก็จะเชียร์รวมทั้งชื่นชอบอย่างสุดใจ

 แต่ว่าหากว่าผู้ที่ตนเองรักหรือถูกใจทำสกอร์ได้ไม่ดีนัก บางบุคคลก็ให้กำลังใจ บางบุคคลก็รอปกป้องรักษานักกีฬาจากลุ่มแอนตี้แฟนหรือผู้ที่รังเกียจที่มาจู่โจม ว่ากล่าว หรือด่าแล้วก็บางบุคคลก็เปลี่ยนความคิดเลิกเป็นแฟนๆเลยก็มีด้วยเหมือนกัน

เนื่องจากผิดหวังสำหรับการเล่นหรือผลจากการแข่งขันไม่เป็นไปตามหัวใจความคาดหวังไว้

จำต้องเห็นด้วยว่ากระแสสังคมแล้วก็โซเซียลต่างๆนั้น มีส่วนส่งเสริมแล้วก็มีส่วนที่กระจายข่าวสาร แล้วก็กระบวนการทำให้พวกเราได้รู้ถึงข้อคิดเห็นของคนภายในสังคมต่อผลหรือตุๆการณ์นั้นที่กำลังเดินทางมาแรงหรือกลายเป็นที่พึงพอใจของคนภายในสังคมอยู่ในช่วงเวลานั้น แม้กระนั้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นครั้งคราวก็เป็นเสมือนน้ำหวาน

บางครั้งบางคราวก็เป็นราวกับยาขมรวมทั้งมีดที่กรีดแทงรวมทั้งสร้างความเศร้าใจรวมทั้งรอยแผลให้กับนักกีฬาไทยไม่น้อยเลยที่เดียว แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ตัวอักษรจากกรุ๊ป แฟนเพจต่างๆหรือแม้กระทั้งความเห็นจากคลิปข่าวสารต่างๆก็ตาม 

แต่ว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในบางครั้งก็ใช้ถ้อยคำที่ร้ายแรง ไม่สุภาพ รวมทั้งเปิดประจานกันมากเกินความจำเป็น เป็นการฝ่าฝืนหรือดุหมิ่นกันได้อย่างยิ่งจริงๆ แล้วก็พวกเราเรียกคนกรุ๊ปนั้นว่า อันธพาลคีย์บอร์ดนั้นเอง ซึงสำหรับในการให้ความคิดเห็นในเรื่องอะไรก็แล้วแต่นั้น พวกเราควรจะให้ความคิดเห็นอย่างพอดิบพอดี สมเหตุ สมผล แล้วก็ใช้ถ้อยคำที่ไม่ร้ายแรงจนกระทั่งเหลือเกินมานัก

 รวมถึงควรจะให้เกียร์ติเตียนรวมทั้งคิดถึงความพายามที่นักกีฬาคนนั้นได้ทำอย่างเต็มกำลังแล้ว ถึงแม้คำตอบที่ได้บางทีอาจมิได้เป็นตามที่หัวใจพวกเราอยากได้ก็ตามอย่างไรก็ตามกีฬาที่มีเสียงเชียร์เท่ากับเป็นตัวช่วยให้นักกีฬามีความฮึกเฮิมขึ้นมาได้เยอะเลย